ฎ. 1643/2568
#ประเด็นที่ 1 การบรรยายฟ้องความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา
การกระทำที่จะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตาม ป.อ. มาตรา 328 นั้น คำฟ้องของโจทก์จะต้องบรรยายให้ชัดเจนว่าจำเลยได้ใส่ความโจทก์ #โดยการโฆษณา ซึ่งเป็นองค์ประกอบความผิดที่สำคัญด้วย หากมิได้บรรยายฟ้องมาให้ครบถ้วน ย่อมเป็นฟ้องที่ไม่ชอบ ทั้งนี้ “#การโฆษณา” หมายถึงการทำให้แพร่หลายหรือป่าวประกาศไปยังสาธารณชน #การทำเพียงหนังสือร้องเรียนส่งไปยังบุคคลหรือหน่วยงานใดโดยเฉพาะ#ยังไม่เข้าลักษณะเป็นการโฆษณา
ฎ. 1643/2568
(#ข้อเท็จจริงสำคัญ ») คำฟ้องโจทก์บรรยายเพียงการกระทำของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 ใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โดยไม่ได้บรรยายว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 ใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่สามโดยการโฆษณาอันเป็นองค์ประกอบความผิดตาม ป.อ. มาตรา 328
(#วรรควินิจฉัย ») เป็นฟ้องที่ไม่ครบองค์ประกอบความผิด ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) (ฎ.6794/2561 แนวเดียวกัน)
ส่วน #การทำหนังสือร้องเรียนโจทก์ต่อผู้อื่น#มิใช่การทำให้แพร่หลายหรือเผยแพร่หรือป่าวประกาศไปยังสาธารณชน#ในความหมายของการโฆษณา ตามมาตรา 328 ดังกล่าว
แม้ว่าจะมีการ #แนบเอกสารท้ายฟ้อง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงข้อความหมิ่นประมาทและการเผยแพร่ข้อความนั้น(ซึ่งแสดงว่าส่งถึงบุคคลที่ระบุไว้ในหนังสือ) #ก็ไม่ทำให้ฟ้องที่ไม่ครบองค์ประกอบกลับสมบูรณ์ขึ้นได้ เมื่อฟ้องขาดองค์ประกอบความผิดในส่วนนี้ การกระทำตามฟ้องจึงเป็นเพียงความผิดฐานหมิ่นประมาทธรรมดาตามมาตรา 326 เท่านั้น (ฎ.3019/2557)
#โดยหลักแล้ว การบรรยายฟ้องนั้นป.วิ.อ. มาตรา 158(5) #ไม่ได้บัญญัติว่าต้องใช้ถ้อยคำของกฎหมาย เพียงแต่ต้องบรรยายให้พอให้เข้าใจได้ว่าจำเลยได้กระทำการที่กฎหมายบัญญัติว่าเป็นความผิดก็เพียงพอแล้ว (ฎ. 706/2516) ซึ่งใน ฎ. 1643/2568 นี้ ศาลฎีกามองว่าโจทก์ไม่ได้บรรยาย “#ลักษณะใด ๆ ” ที่จะทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นการ “#โฆษณา” เลย ย่อมเป็นการบรรยายฟ้องไม่ครบองค์ประกอบความผิด (พูดง่าย ๆ คือ แค่บรรยายว่า “ทำหนังสือร้องเรียนโจทก์ต่อผู้อื่น” ยังไม่ใช่การโฆษณานั่นเองครับ)
#แต่การบรรยายว่า “นำเอกสารไปแสดง #เป็นการโฆษณาโดยเอกสาร” ก็เป็นอันเพียงพอแล้วว่าเป็นการใส่ความโดยการโฆษณา ฟ้องชอบด้วยมาตรา 158 ส่วนการหมิ่นประมาทนั้น #มีลักษณะการโฆษณาอย่างไร#เป็นเพียงรายละเอียด ที่โจทก์สามารถนำสืบได้ในชั้นพิจารณา (ฎ. 4520/2560)
กล่าวคือ ไม่ต้องระบุถึงขนาดว่าโดยการโฆษณาด้วยหนังสือพิมพ์ ใบปลิว ฯลฯ ระบุว่าโฆษณาด้วยเอกสารก็พอ เพราะลักษณะของการโฆษณาเป็นรายละเอียดที่โจทก์สามารถนำสืบในชั้นพิจารณาได้ (สหรัฐ กิติ ศุภการ, หลักและคำพิพากษากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา, น.484)
#สรุปง่าย ๆ คือ โจทก์ต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ ถ้าไม่บรรยาย #ถ้อยคำในองค์ประกอบ ก็ต้องบรรยาย #พฤติการณ์หรือลักษณะการกระทำที่พอให้เข้าใจได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามกฎหมาย (ผู้เขียนแนะนำ ให้ทำทั้งสองอย่าง)
ติดต่องาน ขอทราบค่าบริการ
คดีความ / รับว่าความ
ที่ปรึกษากฎหมาย
ร่างข้อบังคับและสัญญาทั้งThai/Eng
สอบถามค่าบริการได้ทาง
Line@ คลิ๊ก : https://lin.ee/ltTK0H1
ทนายนำชัย พรมทา โทร : 086 331 4759
ทนายสถิตย์ อินตา โทร : 083 568 1148
ติดตามข่าวสารของเราได้ทาง
Facebook : สำนักกฎหมายนำชัย พรมทา
Youtube : https://www.youtube.com/@numchailawyer_channel
เว็บไซต์ : https://numchailawyer.com/
อ่านบทความทั้งหมด : https://numchailawyer.com/blog/
E-mail : numchailaw.office@gmail.com
#สำนักกฎหมายนำชัยพรมทา, #กฎหมาย, #นำชัยพรมทา, #บทความกฎหมาย, #คลังความรู้กฎหมาย, #ปรึกษากฎหมายฟรี, #ปรึกษาด้านกฎหมาย, #จ้างทนายความ, #ทนายคดีอาญา, #ทนาย






